[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
สำนักการศึกษา ศาสนาและวัฒนาธรรม อบจ.ขอนแก่น
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
ค้นหา   
เมนูหลัก
คลังเก็บรูปภาพ
ระบบสารสนเทศ
โรงเรียนเมืองพลพิทยาคม
โรงเรียนบ้านคูขาด (สถิตย์อุปถัมภ์)
โรงเรียนบ้านหนองเสี้ยว
โรงเรียนแท่นศิลาทิพย์ศึกษา
โรงเรียนศรีเสมาวิทยาเสริม
โรงเรียนพิศาลปุณณวิทยา
โรงเรียนซำสูงพิทยาคม
โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย
โรงเรียนหนองโนประชาสรรค์
โรงเรียนพูวัดพิทยาคม
โรงเรียนโคกสูงประชาสรรค์
โรงเรียนโนนหันวิทยายน
โรงเรียนสีชมพูศึกษา
โรงเรียนมัธยมหนองเขียด
โรงเรียนโนนโพธิ์ศรีวิทยาคม
โรงเรียนพระยืนวิทยาคาร
โรงเรียนซับสมบูรณ์พิทยาลัย
โรงเรียนเปรมติณสูลานนท์
โรงเรียนนางิ้ววิทยาสรรค์
โรงเรียนบ้านบะแค
โปรแกรมดูผลการเรียนนักเรียนรายบุคคล
เว็บไซด์โรงเรียนในสังกัด
ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น
DLIT

STEM KKPAO

  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : การพัฒนารูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

เจ้าของผลงาน : นางสาวภัทราภรณ์ สิทธิศร
ศุกร์์ ที่ 28 เดือน มกราคม พ.ศ.2565
เข้าชม : 2849    จำนวนการดาวน์โหลด : 201 ครั้ง
4.5 stars เฉลี่ย : 4.5 จาก 11 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
ชื่องานวิจัย การพัฒนารูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผู้วิจัย นางสาวภัทราภรณ์ สิทธิศร ปีการศึกษา 2563 บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานความจำเป็น ปัญหาในการพัฒนารูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 2) พัฒนารูปแบบการสอนฟิสิกส์โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) ทดลองใช้รูปแบบการสอนฟิสิกส์โดยใช้แนวคิดสะเต็ม ศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการแก้ปัญหา แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 4) ประเมินและปรับปรุงรูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง เครื่องมือ ใช้วิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 จำนวน 44 คน วิธีการดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 5 ขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็ม ศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการแก้ปัญหา แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้การจัดการเรียนการสอน โดยใช้รูปแบบการสอนฟิสิกส์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยการศึกษา นําร่อง ขั้นตอนที่ 4 การนํารูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัด การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปทดลองใช้จริง ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการสอน ฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริม สมรรถนะในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ผลการวิจัยมีดังนี้ 1. จากการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน ความจำเป็น ปัญหาในการพัฒนารูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้ แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการแก้ ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความจำเป็นและปัญหาในระดับมาก 2. รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย4 องค์ประกอบ คือ(1) หลักการ (2) วัตถุประสงค์ (3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ของรูปแบบการสอนมี7ขั้นตอน คือได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 เตรียมความพร้อม และระบุปัญหา ขั้นตอนที่ 2 เชื่อมโยงปัญหา ขั้นตอนที่ 3 กำหนดกรอบการแก้ปัญหา ขั้นตอนที่ 4 เก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนที่ 5 ตัดสินใจวางแผนดำเนินการ ขั้นตอนที่ 6 สร้างผลงาน ขั้นตอนที่ 7 ประเมินผล และ (4) การวัดและประเมินรูปแบบการเรียนการสอน 3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการสอนฟิสิกส์โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน พบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ของกลุ่มทดลอง หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) คะแนนเฉลี่ยของความสามารถ ในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของกลุ่มทดลองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 4. ผลการประเมินรูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 6 ที่พัฒนาขึ้น พบว่า มีความเหมาะสมมากที่สุด


ดาวน์โหลด  ( บทคัดย่อ) 

งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาภูมิศาสตร์ ส32103 โดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์เป็นฐาน บูรณาการเทคนิคการใช้คำถาม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 Development of learning management models in geography courses S32102 26/พ.ค./2565
      การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วย SIPEP Model เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเมืองพลพิทยาคม 2/ก.พ./2565
      การพัฒนารูปแบบการสอนฟิสิกส์ โดยใช้แนวคิดสะเต็มศึกษาร่วมกับ การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมสมรรถนะ ในการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 28/ม.ค./2565
      การพัฒนาความสามารถในการแก้โจทย์ปัญหาทางฟิสิกส์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ฟิสิกส์ เรื่อง ของไหล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้ แบบวัฏจักร 7 ขั้น (7E) ร่วมกับเทคนิคการแก้ปัญหาของโพลยา 28/ม.ค./2565
      รายงานการประเมินโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนเมืองพลพิทยาคม 28/ม.ค./2565



ความคิดเห็นที่ 1 อาทิตย์ ที่ 13 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 เวลา 11:29:02
  ข้อความ :

     เป็นงานวิจัยที่ดีมากๆคะ ทำให้เกิดสมรรถนะที่ดีแก่ผู้เรียน ช่วยพัฒนาผู้เรียน


โดย : ิbow_donsajee@hotmaol.com    ไอพี : 58.11.xxx.xxx

กำลังแสดงหน้าที่ 1/1
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ wiscn@live.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป